หน้าแรก > รายละเอียดบทความ

บทความเพื่อสุขภาพ

การรักษาไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรัง

20 เมษายน 2562

   

    "ไวรัสบี" เป็นสาเหตุที่สำคัญและพบบ่อยของภาวะตับอักเสบเรื้อรัง ตับแข็ง และมะเร็งตับในคนไทย ในฉบับนี้จะมาดูเรื่องการรักษาไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรัง การรักษาไวรัสบีในปัจจุบันสามารถยังยั้งการแบ่งตัวของไวรัสบี ทำให้สามารถลดการอักเสบของตับ ชะลอ หรือยับยั้งการดำเนินโรคไปเป็นตับแข็ง หรือมะเร็งตับ นอกจากนี้การรักษายังสามารถลดภาวะผังผืดในตับทำให้ตับแข็งดีขึ้นได้ด้วย ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่าไม่ใช่ผู้ป่วยไวรัสบีเรื้อรังทุกคนต้องการการรักษา จะพิจารณาการรักษาเฉพาะผู้ป่วยที่ยังมีการแบ่งตัวของไวรัสบี ร่วมกับมีการอักเสบของตับ หรือมีโรคตับอยู่ ในบางช่วงของโรคอาจจะตอบสนองต่อการรักษาได้ไม่ดี ดังนั้นแพทย์จะพิจารณารักษาในผู้ป่วยที่มีข้อบ่งชี้ “การรักษาด้วยยาต้านไวรัสบี แพทย์จะเป็นผู้พิจารณาว่าสามารถหยุดยาเมื่อมีข้อบ่งชี้ ตามแนวทางการรักษาปัจจุบันในผู้ป่วยบางรายอาจต้องรับประทานยาระยะยาว หรืออาจจะตลอดชีวิต ดังนั้นผู้ป่วยไม่ควรหยุดยาเอง” ในเวลาที่เหมาะสม และเฝ้าติดตามผู้ป่วยที่ยังไม่ต้องการการรักษาเพื่อจะพิจารณารักษาเมื่อมีข้อบ่งชี้และมีการเฝ้าระวังการเกิดมะเร็งตับ

 

ปัจจุบันการรักษาไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรังมีอยู่ 2 แบบ

 

  1. ใช้ยากระตุ้นภูมิต้านทานของผู้ป่วยให้ไปต่อสู้และควบคุมการแบ่งตัวของไวรัสตับบี
  2. ใช้ยาไปยับยั้งการแบ่งตัวของไวรัสบี

 

ยาฉีดเพ็กไกเลดเตด อินเตอร์เฟียรอน (pegylated interferon)

 

    ยาตัวนี้มีฤทธิ์ไปกระตุ้นภูมิต้านทานของผู้ป่วยให้ต่อสู้ควบคุมไวรัสบีเป็นหลัก แต่ก็มีฤทธิ์ยับยั้งการแบ่งตัวของไวรัสบีบ้าง การรักษาด้วยยาฉีดเพ็กไกเลดเตด อินเตอร์เฟียรอน จะรักษานาน 48 สัปดาห์ สามารถได้ผลตอบสนองระยะยาว 6 เดือน หลังหยุดการรักษาประมาณร้อยละ 33-40 หลังหยุดฉีดยาแล้วภูมิต้านทานของผู้ป่วยที่ถูกกระตุ้นไว้อยู่คงออกฤทธิ์ต่อสู้กับไวรัสต่อจึงสามารถมีการตอบสนองเพิ่มขึ้นอีกประมาณร้อยละ 14 หลังหยุดการรักษาไปแล้ว 1 ปี ผลตอบสนองจากการรักษาด้วยยาฉีดอินเตอร์เฟียรอนมักอยู่นาน โอกาสการกลับเป็นซ้ำน้อยกว่ายากินต้านไวรัส การรักษาด้วยยาฉีดอินเตอร์เฟียรอน จะมีผลข้างเคียง ที่พบได้บ่อย เช่นไข้ ปวดเมื่อยตามตัว เพลีย เบื่ออาหาร ผมร่วง แม้จะมีผลข้างเคียงมาก แต่มากกว่าร้อยละ 85 ของผู้ป่วยสามารถทนผลข้างเคียงได้ และสามารถรักการรักษาจนครบ 48 สัปดาห์

 

การรักษาด้วยยากินต้านไวรัส

     

     ปัจจุบันมียากิน 5 ชนิดในประเทศไทย ยากินต้านไวรัสบีจะมีฤทธิ์ไปยับยั้งการแบ่งตัวของไวรัสบี ทำให้ลดการอักเสบของตับ และชะลอหรือลดโอกาสการเกิดตับแข็งมะเร็งตับ และชะลอหรือลดโอกาสการเกิดตับแข็ง มะเร็งตับ ยากลุ่มนี้จะรับประทานเพียงวันละครั้ง ผลข้างเคียงน้อยมาก ความสำคัญของการรักษาด้วยยาต้านไวรัสบีคือต้องรับประทานยาสม่ำเสมอ ไม่ขาดยา และมักต้องรักษาระยะยาว หลังหยุดยาจะมีโอกาสกลับเป็นซ้ำได้บ่อยกว่ายาฉีด ในการรักษาระยะยางจำเป็นต้องมีการเฝ้าระวังการดื้อยาของไวรัสบี ซึ่งยาแต่ละตัวมีโอกาสดื้อยาต่างกัน

     

     บางตัวมีโอกาสดื้อยาบ่อย บางตัวโอกาสดื้อยาน้อยมาก การรักษาด้วยยาด้านไวรัสบี แพทย์จะเป็นผู้เพิจารณาว่าสามารถหยุดยาเมื่อมีข้อบ่งชี้ตามแนวทางการรักษาปัจจุบัน ในผู้ป่วยบางรายอาจต้องรับประทานยาระยะยาวหรืออาจจะตลอดชีวิต ดังนั้นผู้ป่วยไม่ควรหยุดยาเอง ปัจจุบันแพทย์จะพิจารณาว่าจะรักษาผู้ป่วยด้วยวิธีใดหรือด้วยยาอะไร โดยลักษณะของผู้ป่วย ระยะของโรคตับ และปัจจัยของตัวไวรัสบี เพื่อพิจารณายาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยคนนั้น ก่อนการเริ่มรักษาแพทย์จึงต้องจำเป็นทำการตรวจประเมินปัจจัยต่างๆ ก่อน ที่สำคัญผู้ป่วยทั้งที่ได้รับการรักษาหรือไม่ได้รับการรักษาควรติดตามการดูแลรักษากับแพทย์อย่างสม่ำเสมอเพื่อประเมินผลตอบสนองต่อการรักษา ภาวะแทรกซ้อนและการดำเนินของโรคตับ รวมทั้งเฝ้าระวังการเกิดมะเร็งตับในผู้ป่วยที่มีปัจจัยเสี่ยง  

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

ศูนย์เฉพาะทางโรคตับ และระบบทางเดินอาหาร 

ชั้น 4 อาคาร C  โทร 038-320-300 ต่อ 4400-1

 

ศูนย์ข้อมูลเพิ่มเติม

โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีราชา

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 038-320-300