หน้าแรก > รายละเอียดบทความ

บทความเพื่อสุขภาพ

เทคโนโลยีตรวจจอประสาทตา (Optical Coherence Tomography)

15 มกราคม 2563

 

HIGHLIGHTS:

 

  • ควรวัดความดันตาและตรวจจอประสาทตาในคนไข้ที่อายุ 40 ขึ้นไป เพื่อเป็นการคัดกรองและประเมินว่ามีความดันตาหรือจอประสาทตาผิดปกติหรือไม่ 
  • OCT (Optical Coherence Tomography) สามารถที่จะวัดความดันของตัวเส้นประสาทตาได้ ง่ายมาก และใช้เวลาเพียง 4-5 วินาทีต่อการตรวจตา 1 ข้าง

 

ต้อหินมีกี่ชนิด ?

 

             ต้อหินแบ่งออกเป็น 2 ชนิด ได้แก่ ชนิดมุมปิดเฉียบพลันกับชนิดมุมเปิด ซึ่งต้อหินชนิดมุมปิดเฉียบพลันจะมีปัญหาน้อยเนื่องจากคนไข้จะมาหาหมอเร็ว เพราะมีอาการปวดตาอย่างมากและตาก็จะมัวลงทันที  

 

             ส่วนที่วินิฉัยยากก็คือ ต้อหินชนิดมุมเปิดเพราะส่วนมากมีอาการเรื้อรัง หรือมักจะไม่มีอาการ และการดำเนินของโรคเป็นไปอย่างช้าๆ ทำให้คนไข้ไม่รู้สึกว่าตาของตัวเองมัวลง ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นในคนไข้ที่อายุมากกว่า 40 ปี ขึ้นไป มักจะเกิดขึ้นเนื่องจากความดันตาที่สูงขึ้น จากอายุที่มากขึ้น หรืออาจจะเกิดจากเลือดไปเลี้ยงจอประสาทตาได้ไม่ดีพอ

 

 

การวินิจฉัยโรคต้อหินในปัจจุบันทำได้อย่างไรบ้าง ?

 

             การตรวจวินิจฉัยต้อหินอย่างง่ายที่สุดก็คือ การวัดความดันตาและตรวจจอประสาทตาในคนไข้ที่อายุ 40 ขึ้นไป เพื่อเป็นการคัดกรองและประเมินว่ามีความดันตาหรือจอประสาทตาผิดปกติหรือไม่ ก็ทำให้สามารถที่จะวินิจฉัยต้อหินในระยะแรกเริ่มได้ ซึ่งปัจจุบันมีเทคโนโลยีการตรวจจอประสาทตาวิธีใหม่ เรียกว่าการตรวจจอประสาทตาด้วยเครื่อง OCT (Optical Coherence Tomography) ซึ่งสามารถที่จะวัดความดันของตัวเส้นประสาทตาได้ และสามารถที่จะวัดชั้นตัวจอประสาทตาที่เสียจากต้อหินในระยะแรกได้ เป็นวิธีการตรวจง่ายมาก และใช้เวลาเพียง 4-5 วินาทีต่อการตรวจตา 1 ข้าง

 

เทคโนโลยี OCT ดีกว่าการตรวจวินิจฉัยแบบเดิมอย่างไร?

 

            การถ่ายรูปจอประสาทตาแบบเดิม เป็นการถ่ายรูปแบบสองมิติ แต่ OCT เป็นการดูภาพสามมิติ ซึ่งทำให้ดูภาพได้ละเอียดมากยิ่งขึ้น  สามารถที่จะตรวจส่วนหน้าของตาได้ คือ ตัวกระจกตา การถ่ายภาพตัวจอกระจกตา จะทำให้เราสามารถทราบถึงความหนาของกระจกตา ซึ่งความหนาของกระจกตาความสำคัญมาก อย่างเช่น ในคนไข้ที่จะทำเลสิค (Lasik) ถ้ากระจกตาหนาไม่พอ ก็ไม่สามารถที่จะทำเลสิคได้

 

           นอกจากนี้ความหนาของกระจกตายังมีความสัมพันธ์กับความดันตา กระจกตาที่หนาอาจทำให้ค่าความดันตาวัดได้สูงกว่าปกติ ส่วนกระจกตาที่บางอาจทำให้ค่าความดันตาต่ำกว่าปกติ 

 

             ตัวเครื่องเองยังสามารถที่จะวัดมุมตา ตัวมุมตามีความสำคัญอย่างที่อธิบายให้ฟังตั้งแต่แรกแล้วว่า มุมตาที่แคบ สามารถจะทำให้เกิดต้อหินชนิดมุมปิดเฉียบพลันได้ ส่วนมุมตาที่กว้างก็มีโอกาสเกิดน้อยลง นอกจากนี้ตัวเครื่องเองยังสามารถที่จะดูตัว (Iris) หรือตัวม่านตา ตัวม่านตาที่มีลักษณะผิดปกติ อาจทำให้เกิดต้อหินที่ค่อย ๆ คืบคลานเป็นที่มาได้เช่นเดียวกัน ซึ่งสามารถที่จะถ่ายรูปเห็นม่านตาได้อย่างชัดเจน

 

            OCT ยังสามารถที่จะวินิจฉัยถึงน้ำตาที่เคลือบอยู่ตรงผิวกระจกตาได้ว่าคนไข้มีอาการตาแห้งหรือมีความผิดปกติของต่อมน้ำตาหรือไม่  ตรวจดูตัวกระจกตาได้อย่างละเอียด ในการติดเชื้อของกระจกตาบางโรคก็จะมีลักษณะเฉพาะที่อาจทำให้เราถ่ายเห็นได้อย่างชัดเจน และสามารถแยกได้ว่าเป็นต้อหินจริงหรือไม่ ทำให้เราวินิจฉัยโรคได้อย่างถูกต้อง นอกจากนี้แล้วในการรักษาโรคที่ต้องดูคนไข้เป็นการต่อเนื่องจะสามารถที่จะเปรียบเทียบผลการตรวจครั้งแรกกับครั้งต่อ ๆ ไปได้  

 

บทความโดย  

   

นพ.ไชยวัฒน์ วงศ์เยาวรักษ์

จักษุแพทย์

 

 

   

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพ 

ชั้น 1 ตึก E   038-320300 ต่อ 3105-7

 

ติดต่อสมิติเวช

 

ศูนย์ข้อมูลเพิ่มเติม

โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีราชา

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 038-320-300