ติดต่อสอบถาม 038-320-300

Skin Prick Test ตรวจหาสารก่อภูมิแพ้โดยการสะกิดผิว

ร่างกายไวต่อสิ่งกระตุ้น เสี่ยงเป็นโรคภูมิแพั

วันนี้ - 29 กุมภาพันธ์ 2567


การทดสอบภูมิแพ้ โดยการสะกิดผิวหนัง (Skin Prick Test) เป็นหนึ่งในวิธีการทดสอบสารก่อภูมิแพ้ต่างๆ (ชนิดเฉียบพลัน IgE-mediated) โดยทำที่ผิวหนัง ในผู้ใหญ่และเด็กโตมักทำบริเวณแขนท่อนล่างด้านใน ส่วนเด็กเล็กมักทำบริเวณแผ่นหลัง แพทย์จะหยดน้ำยาที่ต้องการทดสอบลงบนผิวหนัง แล้วใช้ปลายเข็มสะกิดเพื่อให้น้ำยาสามารถซึมเข้าสู่ใต้ผิวหนัง การสะกิดมักจะไม่มีบาดแผล รออ่านผล 15 นาที ถ้าท่านแพ้สารก่อภูมิแพ้ชนิดใด จะเกิดปฏิกิริยา นูน บวม แดง คล้ายตุ่มยุงกัดของผิวหนังบริเวณตำแหน่งที่หยดน้ำยาชนิดนั้นๆ การทดสอบด้วยวิธีนี้ใช้ปริมาณน้ำยาก่อภูมิแพ้เพียงเล็กน้อย (ประมาณเม็ดถั่วเขียว) โอกาสที่จะกระตุ้นให้เกิดอาการแพ้อย่างรุนแรงจนเป็นอันตรายนั้นมีน้อยมากว

 

ประโยชน์ของการทดสอบภูมิแพ้ โดยการสะกิดผิวหนัง

  • เพื่อค้นหาว่าโรคที่ผู้ป่วยเป็น มีสาเหตุมาจากโรคภูมิแพ้หรือไม่
  • ทำให้ทราบว่าตนเองแพ้สารก่อภูมิแพ้ชนิดใดบ้าง และมากน้อยเพียงใด
  • ทำให้สามารถหลีกเลี่ยง หรือกำจัดสารก่อภูมิแพ้ที่ตนแพ้
  • หากจำเป็นต้องรักษาโดยการฉีดวัคซีนภูมิแพ้ แพทย์จะใช้ผลการทดสอบภูมิแพ้ โดยการสะกิดผิวหนังนี้เป็นข้อมูลในการสั่งวัคซีนสำหรับฉีดให้ผู้ป่วย
 

การทดสอบภูมิแพ้โดยการสะกิดผิวหนัง เหมาะกับใคร?

  • ผู้ที่เป็นภูมิแพ้ หรือมีประวัติคนในครอบครัวเป็นภูมิแพ้
  • ผู้ที่มีประวัติเป็นโรคหืดตั้งแต่เด็ก
  • ตรวจได้ทุกคน แต่เหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุมากกว่า 6 เดือนขึ้นไป เนื่องจากผลการทดสอบจะแม่นยำมากกว่า
 

การทดสอบภูมิแพ้โดยการสะกิดผิวหนังไม่เหมาะกับใคร

ไม่แนะนำให้ทำการทดสอบภูมิแพ้ โดยการสะกิดผิวหนัง กับบุคคลต่างๆ ดังนี้

  • ในบุคคลที่เป็นผื่นผิวหนังอักเสบทั่วตัว
  • ไม่เหมาะกับเด็กที่ต่ำกว่า 6 เดือน เพราะผิวหนังของเด็กที่อายุน้อยกว่านี้มีความไวมากกว่า อาจส่งผลให้ผลตรวจผิดพลาดได้
  • สตรีมีครรภ์
  • ผู้ที่เกิดปฏิกิริยาทางผิวหนังได้ง่ายกว่าปกติ เช่น ผื่น ลมพิษเรื้อรัง
  • ผู้มีโอกาสเกิดปฏิกิริยารุนแรงจากสารก่อภูมิแพ้ เช่น มีประวัติแพ้อาหารรุนแรง

สำหรับผู้ที่ไม่สามารถทดสอบภูมิแพ้ โดยการสะกิดผิวหนัง เช่น เคยมีอาการแพ้รุนแรงมาก่อน มีผื่นมาก หรือมีบริเวณผิวที่ไม่เป็นโรคไม่มากพอจะทดสอบทางผิวหนังได้ แพทย์จะแนะนำให้ตรวจด้วยวิธีเจาะเลือด

 

การเตรียมตัวก่อนการทดสอบ

1. งดยากลุ่มที่มีผลต่อการทดสอบ ได้แก่

  1. กลุ่มยาแก้แพ้ ยาที่มีส่วนผสมของยาแก้แพ้ ยาแก้หวัด ยาลดน้ำมูก ยาแก้คัน ยาแก้ลมพิษ ยาแก้ไอ อย่างน้อย 1 สัปดาห์ เช่น
    • CPM (Chlopheniramine)
    • Actifed (Nasolin)
    • Decolgen, Tiffy
    • Atarax (Hydroxyzine)
    • Telfast (Fexofenadine)
    • Dimetap
    • Clarityne (Loratadine)
    • Zyrtec (Cetirizine)
    • Benadryl
    • Xyzal (Levocetirizine)
    • Aerius (Desloratadine)
    • Clarinase
  2. กลุ่มยากล่อมประสาท ยานอนหลับ ยาแก้วิงเวียนหรือเมารถ อย่างน้อย 1-3 สัปดาห์ เ ช่น Ativan (Lorazepam), Diazepam, Amitriptyline, Phenothiazines, Immipramine
  3. กลุ่มยาสเตียรอยด์ หากมีการใช้ยาสเตียรอยด์ชนิดฉีดหรือรับประทานเป็นเวลานาน หรือใช้ยาทาเฉพาะที่ท ี่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์บริเวณผิวหนังที่จะทำการทดสอบ ควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อน เพราะมีผลต่อการทดสอบได้
    หมายเหตุ :
    • กลุ่มยา Anti-leukotriene (Singulair, Montex) กลุ่มยาพ่น เช่น ยาพ่นจมูก (Intranasal corticosteroid) และยาพ่นรักษาโรคหืด (Inhaledbronchodilator and inhaled corticosteroid) ให้ใช้ต่อเนื่องไม่ต้องงดเว้นก่อนมาทำการทดสอบ
    • กลุ่มยาแก้ปวด ลดไข้ พาราเซตามอล (Paracetamol) เป็นยาฆ่าเชื้อ ถ้าจำเป็นต้องใช้ไม่ต้องงด

2. แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าที่หลวมสบาย เสื้อแขนสั้น หรือไม่รัดแขน เพื่อความสะดวกในการทดสอบ

3. ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว ผู้ป่วยที่เป็นโรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง ต้องแจ้งชื่อยาที่ใช้อยู่ให้แพทย์ทราบก่อนทดสอบ เพราะยาบางตัวอาจมีผลต่อการทดสอบ ควรพักผ่อนให้เพียงพอก่อนมาทำการทดสอบ ไม่ควรมีภาวะเจ็บป่วยในวันที่ทำการทดสอบ

 

ขั้นตอนการทดสอบ

  1. ทำความสะอาดผิวหนังที่ต้องการทดสอบโดยเช็ดด้วยสำลีชุบแอลกอฮอล์
  2. รอให้แอลกอฮอล์แห้งทำเครื่องหมายด้วยปากกาหมึกแห้ง
  3. หยดน้ำยาทดสอบลงบนผิวหนังที่ทำเครื่องหมายไว้จนครบจำนวนที่ต้องการทดสอบ
  4. ใช้เข็มปราศจากเชื้อขนาดเล็กสะกิดผิวหนังผ่านบริเวณที่หยดน้ำยา
  5. รออ่านผลประมาณ 15 - 20 นาที โดยจะปรากฏเป็นตุ่มแดง คันบริเวณที่มีการแพ้
  6. หลังจากนั้นเช็ดทำความสะอาดด้วยสำลีชุบแอลกอฮอล์อีกครั้ง แล้วทาครีมทับเพื่อลดอาการคันหรือแดงบริเวณที่ทำการทดสอบ อาจมีจุดแดงเล็กๆ ซึ่งอาจจะคงอยู่ประมาณ 1-2 ชั่วโมง จะหายไปเอง
 
 

แพ็คเกจที่เกี่ยวข้อง

ดูทั้งหมด

ข้อมูลสุขภาพ

ดูทั้งหมด