โรคพังผืดกดทับเส้นประสาทบริเวณข้อมือ (Carpal Tunnel Syndrome)
นพ.กานน ลิ้มอุดมพร

คุณเคยมีอาการแบบนี้ไหม? ตื่นกลางดึกเพราะมือชา ทำงานใช้มือซ้ำๆ ทั้งวันจนรู้สึกมือล้า ชา หรืออ่อนแรง ถ้าใช่ คุณอาจกำลังเป็นโรคพังผืดกดทับเส้นประสาทบริเวณข้อมือ
บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจโรคนี้แบบง่ายๆ พร้อมแนวทางการรักษา และข้อมูลเปรียบเทียบการผ่าตัดสองแบบ คือ การผ่าตัดแบบเปิด และ การผ่าตัดผ่านกล้อง เพื่อให้คุณตัดสินใจเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะกับคุณได้ดียิ่งขึ้น
โรคนี้คืออะไร เกิดจากอะไร?
เมื่อมีสาเหตุใดก็ตามที่ทำให้พื้นที่ในอุโมงค์นี้แคบลง เส้นประสาทมีเดียนก็จะถูกกดทับ ทำให้เกิดอาการผิดปกติตามมา

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงที่พบบ่อย
- การใช้มือทำงานซ้ำๆ ต่อเนื่องเป็นเวลานาน
- การใช้เครื่องมือที่มีการสั่นสะเทือน เช่น เครื่องเจาะ เครื่องขัด
- การตั้งครรภ์ (พบได้บ่อยและมักดีขึ้นหลังคลอด)
- โรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ไทรอยด์ โรคไต โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์
- การได้รับบาดเจ็บบริเวณข้อมือ เช่น กระดูกข้อมือหัก
อาการเป็นแบบไหน เช็คตัวเองได้อย่างไร
- ชาหรือรู้สึกซ่าๆ ที่นิ้วโป้ง นิ้วชี้ นิ้วกลาง และครึ่งนิ้วนาง
- ชามากตอนกลางคืน จนต้องตื่นมาสะบัดมือ
- อาการแย่ลงเวลาทำงาน เช่น จับพวงมาลัยรถนานๆ ใช้โทรศัพท์ กวาดพื้น ทำอาหาร
- หยิบจับของหลุดง่าย ทำของหล่นบ่อย เพราะความรู้สึกสัมผัสปลายนิ้วเสียไป หรือนิ้วโป้งอ่อนแรง
- ในรายที่เป็นมานานและรุนแรง กล้ามเนื้อโคนนิ้วโป้งจะลีบแบนลง สังเกตเห็นได้ชัด
ระดับความรุนแรงของโรค
| ระดับความรุนแรง | ลักษณะอาการ | แนวทางที่เหมาะสม |
| น้อย | ชาเป็นบางครั้ง ยังไม่อ่อนแรง | รักษาแบบไม่ผ่าตัดก่อน |
| ปานกลาง | ชาบ่อยขึ้น นิ้วโป้งไม่อ่อนแรง หรืออ่อนแรงเล็กน้อย | หากรักษาแบบไม่ผ่าตัดไม่ดีขึ้น ควรพิจารณาผ่าตัด |
| มาก | ชาตลอดเวลา นิ้วโป้งอ่อนแรงชัดเจน กล้ามเนื้อโคนนิ้วโป้งลีบ | ควรผ่าตัด เพื่อป้องกันความเสียหายถาวร |

แนวทางการรักษา มีอะไรบ้าง
1. การรักษาแบบไม่ผ่าตัด (สำหรับอาการน้อยถึงปานกลาง)
- การใส่อุปกรณ์พยุงข้อมือ (splint) ใส่ตอนกลางคืนเพื่อให้ข้อมืออยู่ในท่าตรง ช่วยลดความดันและการกดทับในอุโมงค์ข้อมือ ช่วยลดอาการชาตอนกลางคืนได้ดี
- การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทำงาน หลีกเลี่ยงการงอข้อมือซ้ำๆ นานๆ ปรับท่าทางการทำงานให้เหมาะสม
- การกายภาพบำบัด
- การฉีดยาสเตียรอยด์เข้าโพรงข้อมือ ช่วยลดการบวมของเนื้อเยื่อในอุโมงค์ข้อมือ ทำให้อาการดีขึ้นในระยะสั้นถึงปานกลาง หากลองวิธีเหล่านี้แล้วอาการยังไม่ดีขึ้น หรือเริ่มมีอาการอ่อนแรงหรือกล้ามเนื้อลีบ แพทย์จะแนะนำให้พิจารณาการผ่าตัด

2. การรักษาด้วยการผ่าตัด
หลักการของการผ่าตัดคือการ “ตัดพังผืดที่รัดอุโมงค์ข้อมือ” เพื่อคลายการกดทับเส้นประสาท ซึ่งปัจจุบันมี 2 วิธีหลัก คือ
ผ่าตัดแบบเปิด VS ผ่าตัดผ่านกล้อง: ต่างกันอย่างไร
การผ่าตัดแบบเปิด (Open Carpal Tunnel Release)
เป็นวิธีดั้งเดิม และยังคงจัดว่าเป็นวิธีมาตรฐาน แพทย์จะลงแผลผ่าตัดที่ฝ่ามือ ยาวประมาณ 2-5 เซนติเมตร เพื่อมองเห็นพังผืดและเส้นประสาทได้ชัดเจนโดยตรง แล้วตัดพังผืดที่กดทับเส้นประสาทออก
การผ่าตัดผ่านกล้อง (Endoscopic Carpal Tunnel Release)
เป็นเทคนิคที่ใช้กล้องขนาดเล็กสอดเข้าไปทางแผลเล็กๆ ที่ข้อมือ (แผลยาว 1-1.5 เซนติเมตร) แล้วใช้เครื่องมือพิเศษตัดพังผืดผ่านกล้องโดยไม่ต้องเปิดแผลขนาดใหญ่ที่ฝ่ามือเปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสีย จากหลักฐานทางการแพทย์
| หัวข้อเปรียบเทียบ | ผ่าตัดผ่านกล้อง | ผ่าตัดแบบเปิด |
| การบรรเทาอาการปวดและอาการชา | ดีเท่ากัน | ดีเท่ากัน |
| การฟื้นตัวของแรงมือหลังผ่าตัด | ดีกว่าในช่วง 1-6 สัปดาห์แรก | ฟื้นตัวช้ากว่าเล็กน้อยช่วงแรก ผลระยะยาวเท่ากัน |
| การกลับไปทำงาน | เร็วกว่าวิธีผ่าตัดแบบเปิด 7-9 วัน | ใช้เวลานานกว่า |
| ภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น เส้นประสาทบาดเจ็บถาวร | พบน้อย ไม่ต่างกัน | พบน้อย ไม่ต่างกัน |
| ภาวะแทรกซ้อนไม่รุนแรง (หายได้เอง) | พบอาการชาชั่วคราวได้มากกว่า จากการที่อุปกรณ์ผ่าตัดไปกดเบียดเส้นประสาท | พบปัญหาแผลแยก และเจ็บแผลผ่าตัดได้มากกว่า |
| โอกาสต้องผ่าตัดซ้ำ | ไม่ต่างกัน | ไม่ต่างกัน |
| ค่าใช้จ่ายของหัตถการ | สูงกว่า (อุปกรณ์กล้องและเครื่องมือเฉพาะ) | ต่ำกว่า |
สรุปง่ายๆ ให้เข้าใจ
จุดเด่นของการผ่าตัดผ่านกล้อง- แผลเล็กกว่า เจ็บแผลน้อยกว่า แผลผ่าตัดเกิดภาวะแทรกซ้อนน้อยกว่า
- แรงมือหลังผ่าตัดฟื้นตัวได้เร็วกว่า
- กลับไปทำงานได้เร็วกว่าโดยเฉลี่ย 7-9 วัน ซึ่งเป็นประโยชน์มากสำหรับผู้ที่ต้องรีบกลับไปทำงาน
- มีโอกาสเกิดอาการชาชั่วคราวของเส้นประสาทได้มากกว่าผ่าตัดเปิดเล็กน้อย (ส่วนใหญ่หายเองได้ภายในไม่กี่สัปดาห์ ไม่ใช่การบาดเจ็บถาวร)
- ควรผ่าตัดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีความเคยชินกับเทคนิคนี้
- ในบางกรณีที่กายวิภาคภายในอุโมงค์ข้อมือผิดปกติ แพทย์อาจจำเป็นต้อง เปลี่ยนมาผ่าตัดแบบเปิดระหว่างผ่าตัด ซึ่งพบได้ประมาณ 2 ใน 100 ราย ทั้งนี้ไม่ถือเป็นความล้มเหลว แต่เป็นการตัดสินใจเพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วย
- เป็นวิธีมาตรฐานที่ใช้กันมานาน ปลอดภัย และแพทย์ส่วนใหญ่มีความคุ้นเคย
- ค่าใช้จ่ายของหัตถการต่ำกว่า
- แผลใหญ่กว่า เจ็บแผลมากกว่า และแผลผ่าตัดเกิดภาวะแทรกซ้อนได้มากกว่า
- กลับไปทำงานได้ช้ากว่า
แล้วควรเลือกวิธีไหนดี?
สำหรับผู้ที่ต้องการกลับไปทำงานให้เร็วที่สุด การผ่าตัดผ่านกล้องอาจเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ อย่างไรก็ตาม ควรปรึกษาแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อประเมินความเหมาะสมเป็นรายบุคคล เนื่องจากผู้ป่วยบางรายอาจมีลักษณะทางกายวิภาคหรือความรุนแรงของโรคที่เหมาะกับการผ่าตัดแบบเปิดมากกว่า
29 ตุลาคม 2569

นพ.กานน ลิ้มอุดมพร
ความชำนาญ : ศัลยกรรมกระดูกและข้อเฉพาะทางด้านมือและจุลยศัลยกรรม

