BMI เท่าไรเรียกว่าอ้วน ? เปิดสูตรคำนวณ พร้อมแนวทางลดน้ำหนัก
ค่าดัชนีมวลกาย หรือ BMI คือเครื่องมือเบื้องต้นสำหรับประเมินความสมดุลระหว่างน้ำหนักตัวและส่วนสูง โดยสามารถคำนวณได้ง่าย ๆ ด้วยการนำน้ำหนักตัว (กิโลกรัม) หารด้วยส่วนสูง (เมตร) ยกกำลังสอง ทั้งนี้สำหรับคนไทย หากมีค่า BMI ตั้งแต่ 25.0 ขึ้นไป จะถือว่าเริ่มเข้าสู่ภาวะอ้วน ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อรังต่าง ๆ ดังนั้น การปรับพฤติกรรมการกิน ควบคู่ไปกับการออกกำลังกาย จึงเป็นแนวทางสำคัญที่จะช่วยควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานได้อย่างยั่งยืน
Table of content
- BMI คืออะไร ทำไมต้องให้ความสำคัญ ?
- วิธีคำนวณ BMI ด้วยตัวเองแบบง่าย ๆ
- ตารางค่า BMI และเกณฑ์มาตรฐานสำหรับคนไทย
- BMI เท่าไรเรียกว่าอ้วน เกินเท่าไรต้องลดน้ำหนัก ?
- แนวทางการลดน้ำหนักเพื่อสุขภาพอย่างยั่งยืน
- ดูแลน้ำหนักภายใต้คำแนะนำของแพทย์ ที่ โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีราชา
- คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการคำนวณ BMI และการลดน้ำหนัก (FAQs)
เมื่อรูปร่างเริ่มเปลี่ยนแปลงและน้ำหนักตัวเพิ่มมากขึ้น สิ่งแรกที่ใช้เป็นเกณฑ์ตัดสินว่าเรายังคงมีสุขภาพดีหรือเริ่มมีความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรังก็คือ ค่า BMI ดังนั้น การทำความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีคำนวณ BMI และเกณฑ์ที่เหมาะสม จึงเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการประเมินสุขภาพเบื้องต้น ก่อนที่น้ำหนักตัวจะเพิ่มขึ้นจนนำไปสู่โรคแทรกซ้อนอื่น ๆ
BMI คืออะไร ทำไมต้องให้ความสำคัญ ?
BMI (Body Mass Index) หรือดัชนีมวลกาย คือค่าสถิติที่ใช้เปรียบเทียบความสมดุลระหว่างน้ำหนักตัวและส่วนสูง แม้ค่านี้จะไม่สามารถบ่งบอกปริมาณไขมันในร่างกายได้โดยตรงเหมือนการตรวจมวลร่างกายอย่างละเอียด แต่องค์การอนามัยโลก (WHO) รวมถึงบุคลากรทางการแพทย์ทั่วโลก ส่วนใหญ่ให้การยอมรับว่าเป็นเครื่องมือมาตรฐานในการคัดกรองภาวะโภชนาการเบื้องต้น
สำหรับเหตุผลที่ต้องใส่ใจค่านี้ เนื่องจากน้ำหนักตัวที่เกินเกณฑ์ไม่ได้ส่งผลกระทบแค่เรื่องของรูปร่างหรือบุคลิกภาพ แต่ยังเป็นสัญญาณเตือนถึงความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรัง (NCDs) เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคหลอดเลือดหัวใจ ดังนั้น การรับรู้ตัวเลขดัชนีมวลกายของตนเองจึงช่วยให้เราสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อป้องกันได้ก่อนที่จะเกิดอาการเจ็บป่วย
วิธีคำนวณ BMI ด้วยตัวเองแบบง่าย ๆ
คุณสามารถคำนวณค่าดัชนีมวลกายได้เองที่บ้าน โดยใช้สูตรสากลดังต่อไปนี้
ตัวอย่างการคำนวณ : หากคุณมีน้ำหนัก 65 กิโลกรัม และส่วนสูง 160 เซนติเมตร (เท่ากับ 1.6 เมตร)
วิธีคิด : 1.6 x 1.6 = 2.56 จากนั้นนำ 65/2.56 จะได้ค่า BMI เท่ากับ 25.39
ตารางค่า BMI และเกณฑ์มาตรฐานสำหรับคนไทย
เนื่องจากโครงสร้างร่างกายของคนเอเชียโดยเฉพาะอย่างยิ่งคนไทย มีความแตกต่างจากชาติตะวันตก เกณฑ์การวัดจึงมีการปรับให้สอดคล้องกับสรีระดังนี้
| ค่า BMI | แปลผลลัพธ์ | ความเสี่ยงต่อโรค |
|---|---|---|
| น้อยกว่า 18.5 | น้ำหนักน้อยกว่ามาตรฐาน | มากกว่าคนปกติ (เนื่องจากขาดสารอาหาร) |
| 18.5 - 22.9 | ค่า BMI ปกติ น้ำหนักเหมาะสม | เท่ากับคนปกติทั่วไป |
| 23.0 - 24.9 | น้ำหนักเกิน / อ้วนระดับ 1 | เริ่มมีความเสี่ยง |
| 25.0 - 29.9 | อ้วนระดับ 2 | เสี่ยงต่อโรคเรื้อรัง |
| 30.0 ขึ้นไป | อ้วนระดับ 3 (อ้วนมาก) | เสี่ยงต่อโรคเรื้อรังในระดับสูง |
BMI เท่าไรเรียกว่าอ้วน เกินเท่าไรต้องลดน้ำหนัก ?
คำตอบคือเมื่อผลคำนวณของคุณ มากกว่า 25.0 ขึ้นไป จะถือว่าเริ่มเข้าสู่สภาวะอ้วนแล้ว อย่างไรก็ตาม ตัวเลขอาจเป็นเพียงส่วนหนึ่ง คุณควรสังเกตร่วมกับสัญญาณเตือนทางร่างกายอื่น ๆ ประกอบด้วย ดังนี้
- รู้สึกเหนื่อยง่ายกว่าปกติแม้ทำกิจกรรมเบา ๆ ในชีวิตประจำวัน
- มีอาการปวดเข่า ปวดข้อ หรือปวดหลังบ่อยครั้งเนื่องจากข้อต่อต้องรับน้ำหนักมาก
- นอนกรน หรือรู้สึกเพลียเหมือนนอนไม่พอจากการอุดกั้นของทางเดินหายใจ
- รอบเอวเกินเกณฑ์มาตรฐาน (ผู้ชายเกิน 36 นิ้ว / ผู้หญิงเกิน 32 นิ้ว)
แนวทางการลดน้ำหนักเพื่อสุขภาพอย่างยั่งยืน
การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างค่อยเป็นค่อยไปคือหัวใจสำคัญของการมีสุขภาพที่ดีในระยะยาว ซึ่งสามารถเริ่มต้นได้จาก 3 ส่วนหลัก ดังนี้
- ดูแลด้านอาหารและโภชนาการ : เลือกรับประทานอาหารที่มีกากใยสูง เช่น ผัก ผลไม้ และข้าวกล้อง ควบคู่ไปกับการลดอาหารประเภทของทอด ของมัน และเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง
- ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและเพิ่มการเผาผลาญ : เคลื่อนไหวร่างกายให้มากขึ้นในแต่ละวัน เช่น การเดินขึ้นบันไดแทนการใช้ลิฟต์ และหาเวลาออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอสัปดาห์ละ 150 นาที
- ติดตามองค์ประกอบร่างกาย : นอกจากการชั่งน้ำหนักแล้ว ควรตรวจเช็กสัดส่วนและเปอร์เซ็นต์ไขมันร่วมด้วย เพื่อดูการเปลี่ยนแปลงของกล้ามเนื้อและไขมันอย่างถูกต้อง
ดูแลน้ำหนักภายใต้คำแนะนำของแพทย์ ที่โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีราชา
สำหรับผู้ที่มีค่า BMI เกินเกณฑ์ หรือเริ่มมีสัญญาณเตือนทางสุขภาพ เช่น มีอาการปวดข้อหรือเหนื่อยง่าย คลินิกลดความอ้วน จากโรงพยาบาลสมิติเวช ศรีราชา ยินดีเป็นที่ปรึกษาในการร่วมวางแผนดูแลน้ำหนักตัวของคุณให้กลับมาอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมและสอดคล้องกับสภาพร่างกาย โดยทีมบุคลากรทางการแพทย์จากหลากหลายสาขา ไม่ว่าจะเป็นแพทย์ด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย อายุรแพทย์โรคต่อมไร้ท่อ อายุรแพทย์ระบบทางเดินอาหาร และศัลยแพทย์ส่องกล้องผ่าตัดโรคอ้วน ซึ่งจะช่วยให้คุณบรรลุเป้าหมายการมีสุขภาพที่ดีและแข็งแรงในระยะยาว
บริการของเรา
- ประเมินวิเคราะห์ปัญหาและปรับพฤติกรรมสุขภาพ
- ใช้ยาควบคุมน้ำหนักภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด
- หัตถการใส่บอลลูนในกระเพาะอาหารเพื่อช่วยควบคุมการรับประทานอาหาร
- การผ่าตัดส่องกล้องกระเพาะอาหารเพื่อลดน้ำหนักสำหรับรายที่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์
ช่องทางการติดต่อ
สถานที่ : ศูนย์ลดน้ำหนัก New You โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีราชา อาคาร C ชั้น 1
โทรศัพท์ : 038-320-300 ต่อ 4101, 4102
ข้อมูลอ้างอิง
- Body Mass Index: Obesity, BMI, and Health: A Critical Review. สืบค้นเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2569. จาก https://journals.lww.com/nutritiontodayonline/fulltext/2015/05000/body_mass_index__obesity,_bmi,_and_health__a.5.aspx
- BMI Cut Points to Identify At-Risk Asian Americans for Type 2 Diabetes Screening. สืบค้นเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2569. จาก https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC4392932/
- Obesity Phenotypes, Diabetes, and Cardiovascular Diseases. สืบค้นเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2569. จาก https://www.ahajournals.org/doi/10.1161/CIRCRESAHA.120.316101
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการคำนวณ BMI และการลดน้ำหนัก (FAQs)
Q: หากมีมวลกล้ามเนื้อมากจนค่า BMI เกินเกณฑ์ จะถือว่าเป็นโรคอ้วนด้วยไหม ?
A: ไม่ถือว่าเป็นโรคอ้วน เนื่องจากค่า BMI คำนวณจากน้ำหนักโดยรวม ไม่สามารถแยกแยะระหว่างไขมันและกล้ามเนื้อได้ นักกีฬาหรือผู้ที่เล่นกล้ามจึงอาจมีค่า BMI สูงแต่มีสุขภาพที่แข็งแรง
Q: นอกจากค่า BMI แล้ว มีวิธีใดอีกบ้างที่ช่วยประเมินความอ้วนได้ดี ?
A: การวัดเปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกาย (Body Fat Percentage) และการวัดอัตราส่วนเอวต่อสะโพก (Waist-to-Hip Ratio) ซึ่งเป็นวิธีที่ช่วยบ่งชี้ปริมาณไขมันสะสมในร่างกายและไขมันช่องท้องได้ชัดเจนกว่า
Q: คนที่ค่า BMI ปกติ แต่อ้วนลงพุง มีความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรังเหมือนคนอ้วนไหม ?
A: มีความเสี่ยงไม่ต่างกัน ภาวะนี้เรียกว่า "อ้วนในลักษณะผอม" (Skinny Fat) ซึ่งเกิดจากการสะสมของไขมันในช่องท้องปริมาณมาก ส่งผลให้เสี่ยงต่อโรคเบาหวานและโรคหัวใจได้เช่นเดียวกัน
Q: การใส่บอลลูนในกระเพาะอาหารเพื่อลดน้ำหนัก เหมาะกับผู้ที่มีค่า BMI เท่าไร ?
A: ผู้ที่มีค่า BMI ตั้งแต่ 27.0 ขึ้นไปร่วมกับมีภาวะแทรกซ้อน หรือผู้ที่มีค่า BMI เกิน 30.0 ที่พยายามลดน้ำหนักด้วยการคุมอาหารและออกกำลังกายแล้วไม่ได้ผล
16 มิถุนายน 2569
TH
EN
CN


