ติดต่อสอบถาม 038-320-300

เอ็นไขว้หน้าขาด (ACL Injury) คืออะไร มีแนวทางรักษาอย่างไร


การบาดเจ็บที่เข่าระหว่างเล่นกีฬาหรือระหว่างทำกิจกรรมที่ต้องหมุนตัวเปลี่ยนทิศทางกะทันหัน อาจไม่จบแค่ข้อเคล็ดธรรมดา แต่มีความเสี่ยง ‘เอ็นไขว้หน้าขาด’ ซึ่งเป็นหนึ่งในการบาดเจ็บของเส้นเอ็นในข้อเข่าที่พบได้บ่อยที่สุด โดยเฉพาะในกลุ่มนักกีฬาที่ต้องกระโดด หยุดกะทันหัน หรือปะทะ หากปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกต้อง อาจส่งผลให้ข้อเข่าไม่มั่นคง และเพิ่มความเสี่ยงต่อข้อเข่าเสื่อมในระยะยาว 
 

บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจตั้งแต่หน้าที่ของเอ็นไขว้หน้า สาเหตุ อาการ แนวทางวินิจฉัยเอ็นไขว้หน้าขาด ไปจนถึงการรักษาและการดูแลตัวเองอย่างถูกวิธี

 


 

Key Takeaways
 

  • ภาวะเอ็นไขว้หน้าขาด (ACL Injury) คือภาวะที่เอ็นไขว้หน้า (Anterior Cruciate Ligament: ACL) ซึ่งทำหน้าที่ยึดข้อเข่าให้มั่นคงเกิดการฉีกขาดบางส่วนหรือทั้งหมด
  • ภาวะเอ็นไขว้หน้าขาด แบ่งความรุนแรงเป็น 3 ระดับ ตั้งแต่ยืดออกเล็กน้อยไปจนถึงขาดสมบูรณ์
  • อาการของภาวะเอ็นไขว้หน้าขาดคือ ปวดเข่า เข่าบวม เข่าหลวม รู้สึกเข่าทรุดหรือหลุดขณะลงน้ำหนัก
  • การวินิจฉัยภาวะเอ็นไขว้หน้าขาดอาศัยการซักประวัติ ตรวจร่างกายด้วยวิธีเฉพาะ และการตรวจ MRI
  • แนวทางรักษาภาวะเอ็นไขว้หน้าขาดมีทั้งแบบไม่ผ่าตัดและแบบผ่าตัดส่องกล้อง ขึ้นอยู่กับความรุนแรงและไลฟ์สไตล์ของผู้ป่วย

 


 

สารบัญบทความ
 

 


 

เอ็นไขว้หน้า คืออะไร สำคัญอย่างไร

 

เอ็นไขว้หน้า (Anterior Cruciate Ligament: ACL) เป็นหนึ่งใน Ligament หรือก็คือตัวเชื่อมระหว่างกระดูกดับกระดูกเข้าด้วยกัน ซึ่งเอ็นไขว้หน้าจะยึดระหว่างปลายล่างของกระดูกต้นขา (Femur) กับปลายบนของกระดูกหน้าแข้ง (Tibia) โดยวางตัวไขว้กับเอ็นไขว้หลัง (Posterior Cruciate Ligament) โดยหน้าที่สำคัญของเอ็นไขว้หน้า ได้แก่
 

  • ควบคุมไม่ให้กระดูกหน้าแข้งเลื่อนไปด้านหน้ามากเกินไปเมื่อเทียบกับกระดูกต้นขา
  • ควบคุมการหมุนของข้อเข่าให้อยู่ในองศาที่เหมาะสม โดยเฉพาะขณะบิดหรือหมุนตัว
  • ช่วยให้ข้อเข่ามีความมั่นคงขณะรับน้ำหนักและเคลื่อนไหว เช่น วิ่ง กระโดด หรือเปลี่ยนทิศทางกะทันหัน
     

แต่เมื่อเอ็นเส้นนี้ได้รับแรงกระชากเกินกว่าที่จะรับได้ ไม่ว่าจะจากการปะทะโดยตรงหรือจากการเคลื่อนไหวที่ผิดจังหวะ ก็อาจนำไปสู่เอ็นไขว้หน้าขาดได้

 


 

ภาวะเอ็นไขว้หน้าขาด (ACL Injury) คืออะไร

 

acl injury คือ

 

ภาวะเอ็นไขว้หน้าขาด (ACL Injury) คือภาวะที่เส้นใยของเอ็นไขว้หน้าเกิดการฉีกขาด อาจขาดเพียงบางส่วนหรือขาดทั้งเส้น ซึ่งการฉีกขาดของเส้นเอ็นจะแตกต่างจากกล้ามเนื้อ เอ็นชนิดนี้เมื่อฉีกขาดแล้วจะไม่สามารถสมานติดกันเองได้เหมือนบาดแผลทั่วไป เนื่องจากมีเลือดมาเลี้ยงน้อยและอยู่ภายในน้ำไขข้อ 
 

ผู้ที่มีภาวะภาวะเอ็นไขว้หน้าขาด (ACL Injury)ส่วนใหญ่จำเป็นต้องได้รับการดูแลจากแพทย์เฉพาะทางเพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการฟื้นฟูด้วยกายภาพบำบัดหรือการผ่าตัดก็ตาม

 


 

เอ็นไขว้หน้าขาด ระดับความรุนแรงแบ่งเป็นกี่ระดับ

 

ความรุนแรงของการบาดเจ็บเอ็นไขว้หน้าสามารถแบ่งออกเป็น 3 ระดับตามสัดส่วนของเส้นใยที่ฉีกขาดและความหลวมของข้อเข่าที่ตรวจพบ ดังนี้
 

  • ระดับที่ 1 (Grade I) : ระดับนี้อาจเรียกว่าเอ็นไขว้หน้าอักเสบ เส้นใยเอ็นถูกยืดออกและมีการฉีกขาดเล็กน้อย แต่โครงสร้างโดยรวมยังอยู่ครบ ข้อเข่ายังค่อนข้างมั่นคง ลักษณะภายนอกอาจสังเกตเห็นอาการบวมเล็กน้อย
  • ระดับที่ 2 (Grade II) : เส้นใยฉีกขาดบางส่วน กระทบต่อโครงสร้างเอ็นไขว้หน้าไปประมาณ 20-80% ลักษณะภายนอกสามารถเห็นการบวมชัดเจน และเริ่มมีอาการข้อเข่าไม่มั่นคง
  • ระดับที่ 3 (Grade III) : เอ็นไขว้หน้าฉีกขาดสมบูรณ์ทั้งเส้น ข้อเข่าสูญเสียความมั่นคง ไม่สามารถลงน้ำหนักได้ ถือเป็นระดับที่รุนแรงที่สุดและมักจำเป็นต้องพิจารณาการผ่าตัด
     

การบาดเจ็บของเอ็นไขว้หน้ามักไม่ได้เกิดขึ้นเดี่ยว ๆ แต่พบร่วมกับการบาดเจ็บของโครงสร้างอื่นในข้อเข่าได้บ่อย เช่น หมอนรองกระดูกเข่า (Meniscus) เอ็นข้างเข่าด้านใน (Medial Collateral Ligament) กระดูกอ่อนผิวข้อ รวมถึงภาวะรอยช้ำที่กระดูกใต้กระดูกอ่อน (Bone Bruise) ซึ่งแพทย์จะต้องประเมินร่วมกันเพื่อวางแผนการรักษาที่ครอบคลุมกับการบาดเจ็บที่สุด

 


 

เอ็นไขว้หน้าขาด อาการเป็นอย่างไร

 

อาการเอ็นไขว้หน้าขาดที่พบบ่อยหลังการบาดเจ็บ มีดังนี้
 

  • ได้ยินหรือรู้สึกถึงเสียง "ป๊อก" (Audible Pop) ที่ข้อเข่าในขณะที่ได้รับบาดเจ็บ
  • ปวดเข่าอย่างรุนแรงทันทีหลังจากได้รับบาดเจ็บ
  • ข้อเข่าบวมอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่ชั่วโมง จากภาวะเลือดออกในข้อ
  • รู้สึกว่าข้อเข่าหลวม ไม่มั่นคง หรือรู้สึกเหมือนเข่าทรุดหรือหลุดขณะลงน้ำหนักหรือเปลี่ยนทิศทาง
  • ขยับข้อเข่าได้ไม่สุดช่วงการเคลื่อนไหวตามปกติ
  • เดินหรือลงน้ำหนักบนขาข้างที่บาดเจ็บได้ลำบาก
     

หากมีอาการเหล่านี้ควรงดกิจกรรมที่ใช้ข้อเข่าและรีบพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยโดยเร็ว เนื่องจากหากปล่อยไว้นานโดยไม่ได้รับการดูแล อาจทำให้ข้อเข่าไม่มั่นคงถาวร และเสี่ยงต่อการบาดเจ็บซ้ำของหมอนรองกระดูกเข่า ผิวกระดูกอ่อนสึกหรอ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงให้เข่าเสื่อมเร็วกว่าเวลาอันควร
 

  • หากมีอาการปวดหลังร้าวลงขาร่วมด้วย อาจเกี่ยวข้องกับปัญหาที่กระดูกสันหลังส่วนล่างซึ่งควรได้รับการตรวจแยกให้ชัดเจน สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ : ปวดหลังร้าวลงขา 

 


 

เอ็นไขว้หน้าขาด เกิดจากอะไร

 

เอ็นไขว้หน้าขาด เกิดจากอะไร  

 

เอ็นเข่าฉีกหรือเอ็นไขว้หน้าขาดส่วนใหญ่เกิดจากกลไกการบาดเจ็บที่ไม่มีการปะทะโดยตรง (Non-contact Injury) ซึ่งพบได้บ่อยกว่าการปะทะจากภายนอก โดยมีสาเหตุหลัก ได้แก่
 

  • การเปลี่ยนทิศทางหรือหมุนตัวอย่างรวดเร็วขณะเท้ายังยึดติดกับพื้น
  • การหยุดหรือชะลอความเร็วอย่างกะทันหันขณะวิ่ง
  • การกระโดดแล้วลงน้ำหนักผิดจังหวะ หรือลงพื้นด้วยท่าทางที่ไม่เหมาะสม
  • แรงปะทะโดยตรงที่บริเวณด้านหน้าของหน้าแข้งหรือด้านข้างของเข่า
     

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่เพิ่มโอกาสเกิดเอ็นหัวเข่าฉีก ได้แก่ เพศหญิงซึ่งมีอุบัติการณ์สูงกว่าเพศชายจากความแตกต่างของโครงสร้างข้อเข่าและกลไกการเคลื่อนไหว การเล่นกีฬาที่ต้องหมุนตัวและกระโดดบ่อย เช่น บาสเกตบอล ฟุตบอล วอลเลย์บอล รวมถึงผู้ที่มีกล้ามเนื้อรอบข้อเข่าที่ไม่แข็งแรงเพียงพอ ล้วนมีโอกาสเกิดเอ็นไขว้หน้าขาดได้ง่ายกว่าผู้ที่มีกล้ามเนื้อรอบข้อเข่าแข็งแรง

 


 

แนวทางการวินิจฉัยอาการเอ็นไขว้หน้าขาด

 

แพทย์จะเริ่มต้นจากการซักประวัติการบาดเจ็บอย่างละเอียด ตามด้วยการตรวจร่างกายและการตรวจทางรังสีวิทยา ซึ่งประกอบด้วย
 

  • การซักประวัติและตรวจร่างกาย สอบถามลักษณะการบาดเจ็บ อาการบวม และความรู้สึกไม่มั่นคงของข้อเข่า
  • Lachman Test แพทย์จะงอเข่าผู้ป่วยเล็กน้อยแล้วดึงกระดูกหน้าแข้งไปทางด้านหน้าเพื่อประเมินระยะการเคลื่อนที่เทียบกับข้างปกติ 
  • การเอกซเรย์ (X-ray) เพื่อประเมินว่ามีกระดูกหักร่วมด้วยหรือไม่ แต่จะไม่สามารถเห็นเส้นเอ็นได้โดยตรง
  • การตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า หรือ MRI (Magnetic Resonance Imaging) ถือเป็นมาตรฐานสำคัญในการวินิจฉัยยืนยันภาวะเอ็นไขว้หน้าขาด เนื่องจากให้ภาพรายละเอียดของเนื้อเยื่ออ่อนที่ชัดเจน และช่วยประเมินการบาดเจ็บร่วมของหมอนรองกระดูกเข่าหรือกระดูกอ่อนผิวข้อได้ในคราวเดียว
     

ในบางกรณีที่ผลตรวจไม่ชัดเจน แพทย์อาจพิจารณาการส่องกล้องตรวจข้อเข่า (arthroscopy) เพื่อยืนยันการวินิจฉัยควบคู่ไปกับการรักษาซ่อมเอ็นไขว้หน้าขาดได้ทันที

 


 

แนวทางการรักษาอาการเอ็นไขว้หน้าขาด ทำได้อย่างไร

 

เอ็นเข่าฉีก รักษา

 

การเลือกแนวทางรักษาเอ็นไขว้หน้าขาดขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งระดับความรุนแรงของการฉีกขาด อายุ ระดับกิจกรรมและชนิดกีฬาที่ทำเป็นประจำ ตลอดจนการบาดเจ็บร่วมของโครงสร้างอื่นในข้อเข่า โดยแบ่งเป็น 2 แนวทางหลัก ดังนี้
 

การรักษาแบบไม่ผ่าตัด

 

เหมาะสำหรับผู้ที่มีการฉีกขาดระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง หรือผู้ที่มีกิจกรรมในชีวิตประจำวันไม่หนักและไม่จำเป็นต้องหมุนตัวหรือเปลี่ยนทิศทางบ่อย แนวทางนี้ประกอบด้วยการพักการใช้งานข้อเข่า การประคบเย็นเพื่อลดบวม การใส่อุปกรณ์พยุงเข่า และโปรแกรมกายภาพบำบัดเพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรอบข้อเข่า โดยเฉพาะกล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้า (Quadriceps) เพื่อชดเชยความมั่นคงที่ขาดหายไป
 

การรักษาแบบผ่าตัด

 

ในรายที่เอ็นไขว้หน้าขาดสมบูรณ์ มีอาการข้อเข่าไม่มั่นคงต่อเนื่อง หรือต้องการกลับไปเล่นกีฬาที่ต้องหมุนตัวและกระโดด แพทย์มักแนะนำการผ่าตัดเอ็นไขว้หน้าด้วยวิธี ACL Reconstruction คือการผ่าตัดสร้างเอ็นไขว้หน้าใหม่ทดแทนเส้นเดิมที่ขาด โดยใช้เนื้อเยื่อเอ็นจากส่วนอื่นของร่างกายผู้ป่วยเอง เช่น เอ็นกล้ามเนื้อหลังต้นขา (Hamstring Tendon) หรือเอ็นสะบ้า (Patellar Tendon) มาทำเป็นกราฟต์ (Graft) ยึดเข้ากับกระดูกต้นขาและกระดูกหน้าแข้งแทนที่เส้นเดิม
 

ปัจจุบันการ ผ่าตัด ACL ส่วนใหญ่ทำผ่านการส่องกล้อง (Arthroscopic ACL Reconstruction) คือการผ่าตัดผ่านแผลขนาดเล็กร่วมกับกล้องวิดีทัศน์สอดเข้าไปในข้อเข่า ช่วยให้แพทย์มองเห็นโครงสร้างภายในได้ชัดเจนโดยไม่ต้องเปิดแผลขนาดใหญ่ ลดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อรอบข้าง และช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็วขึ้นเมื่อเทียบกับการผ่าตัดแบบเปิด 

 


 

การเตรียมตัวก่อนการผ่าตัดรักษาอาการเอ็นไขว้หน้าขาด

 

ก่อนเข้ารับการผ่าตัด ผู้ป่วยควรเตรียมความพร้อมทั้งร่างกายและข้อมูลสุขภาพ เพื่อให้การผ่าตัดเป็นไปอย่างราบรื่นและลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน ได้แก่
 

  • แจ้งประวัติสุขภาพ โรคประจำตัว และยาที่รับประทานอยู่กับแพทย์อย่างครบถ้วน
  • งดสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตามคำแนะนำของแพทย์ก่อนการผ่าตัด
  • เข้ารับการทำกายภาพบำบัดก่อนผ่าตัด (Prehabilitation) เพื่อลดอาการบวม เพิ่มองศาการเคลื่อนไหว และเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรอบเข่าก่อนเข้าห้องผ่าตัด
  • งดน้ำและอาหารตามระยะเวลาที่วิสัญญีแพทย์กำหนดก่อนวันผ่าตัด
  • เตรียมอุปกรณ์ช่วยเดิน เช่น ไม้ค้ำยัน และจัดเตรียมสภาพแวดล้อมที่บ้านให้เหมาะสมกับการเคลื่อนไหวหลังผ่าตัด

 


 

การดูแลตัวเองหลังการผ่าตัดรักษาอาการเอ็นไขว้หน้าขาด

 

การฟื้นฟูหลังผ่าตัดเอ็นไขว้หน้าขาดเป็นขั้นตอนสำคัญไม่แพ้การผ่าตัด โดยทั่วไปแบ่งเป็นระยะตามความคืบหน้าของกายภาพบำบัด ได้แก่
 

  • ช่วง 0-2 สัปดาห์แรก เน้นลดบวม ควบคุมอาการปวด และฝึกยืดเข่าให้ตรงเต็มที่ อาจต้องใส่อุปกรณ์พยุงเข่าและใช้ไม้ค้ำยันช่วยเดิน
  • ช่วง 2-6 สัปดาห์ เริ่มฝึกลงน้ำหนักและเดินโดยไม่ต้องพึ่งไม้ค้ำยันตามคำแนะนำของแพทย์และนักกายภาพบำบัด 
  • ช่วง 6-12 สัปดาห์ เพิ่มการฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ การทรงตัว และการควบคุมการเคลื่อนไหว
  • ช่วง 3-6 เดือน เริ่มฝึกกิจกรรมที่มีแรงกระแทกมากขึ้น เช่น การวิ่ง และการฝึกความคล่องแคล่วเฉพาะกีฬา
  • ช่วง 6-12 เดือน เป็นช่วงพิจารณาการกลับไปเล่นกีฬาเต็มรูปแบบ โดยต้องผ่านเกณฑ์ประเมินความแข็งแรงและความมั่นคงของข้อเข่าจากแพทย์และนักกายภาพบำบัดก่อนเสมอ

 


 

เอ็นไขว้หน้าขาด รักษาและดูแลเข่าให้แข็งแรงไปกับสมิติเวช ศรีราชา 

 

เอ็นไขว้หน้าขาดเป็นการบาดเจ็บที่ส่งผลต่อความมั่นคงของข้อเข่าในระยะยาวหากไม่ได้รับการดูแลอย่างถูกต้องตั้งแต่เนิ่น ๆ การสังเกตอาการผิดปกติและเข้ารับการตรวจวินิจฉัยตั้งแต่เริ่มมีอาการจึงเป็นก้าวแรกที่สำคัญของการรักษา 
 

โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีราชา พร้อมดูแลสุขภาพข้อเข่าให้ทุกคนในครอบครัวตั้งแต่การตรวจประเมินความเสี่ยง การวางแผนออกกำลังกายเพื่อป้องกันการบาดเจ็บ ไปจนถึงการดูแลฟื้นฟูร่วมกับทีมกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตและทำกิจกรรมที่รักได้อย่างมั่นใจ 
 

 


 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเอ็นไขว้หน้าขาด (FAQs)

 

เอ็นไขว้หน้าขาดซ้ำได้ไหมหลังผ่าตัด?

 

เกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะในรายที่กลับไปเล่นกีฬาก่อนที่กล้ามเนื้อและข้อเข่าจะแข็งแรงเพียงพอ การทำกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่องและผ่านเกณฑ์ประเมินก่อนกลับไปเล่นกีฬาจึงช่วยลดความเสี่ยงนี้ได้ 
 

เอ็นไขว้หน้าขาดไม่รักษาได้ไหม อันตรายไหม?

 

เอ็นที่ขาดแล้วจะไม่สามารถสมานติดกันเองได้ หากไม่ได้รับการรักษาอาจทำให้ข้อเข่าไม่มั่นคงเรื้อรัง เพิ่มความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บของหมอนรองกระดูกเข่าและข้อเข่าเสื่อมในระยะยาว
 

หลังผ่าตัดเอ็นไขว้หน้าขาดแล้วจะกลับมาเล่นกีฬาได้ไหม?

 

ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถกลับไปเล่นกีฬาได้ตามเดิม แต่ต้องผ่านโปรแกรมกายภาพบำบัดครบทุกระยะและได้รับการประเมินความพร้อมจากแพทย์ก่อนกลับไปเล่นกีฬาเต็มรูปแบบ ซึ่งโดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 6-12 เดือน

 


 

ข้อมูลอ้างอิง

 

05 ตุลาคม 2569

แพ็คเกจที่เกี่ยวข้อง

ดูทั้งหมด

ข้อมูลสุขภาพ

ดูทั้งหมด