ติดต่อสอบถาม 038-320-300

มะเร็งมีกี่ระยะ แต่ละระยะมีอาการอย่างไร พร้อมแนวทางรักษา


หลายคนเมื่อได้ยินคำว่ามะเร็ง มักเกิดคำถามตามมาว่า มะเร็งมีกี่ระยะ? แต่ละระยะแตกต่างกันอย่างไร? เพราะระยะของโรคมะเร็งมีผลโดยตรงต่อแนวทางการรักษาและโอกาสในการดูแลสุขภาพในระยะยาว ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับระยะของมะเร็ง จะช่วยให้ผู้ป่วยและคนใกล้ชิดวางแผนการตรวจวินิจฉัยได้ทันท่วงที 
 

บทความนี้จะพาไปทำความรู้จักกับโรคมะเร็ง ตั้งแต่ความหมาย ระยะของโรค ไปจนถึงแนวทางการวินิจฉัยและการรักษาในแต่ละระยะอย่างละเอียด เพื่อให้ทุกคนเข้าใจง่ายและนำไปดูแลสุขภาพของตัวเองและคนที่รักได้อย่างเหมาะสม

 


 

Key Takeaways
 

  • มะเร็งมี 5 ระยะ ตั้งแต่ระยะ 0 ถึงระยะที่ 4 แต่ละระยะบ่งบอกขนาดก้อนเนื้อและการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็งที่แตกต่างกัน
  • การตรวจวินิจฉัยมะเร็งตั้งแต่ระยะแรกช่วยเพิ่มโอกาสในการวางแผนรักษาได้อย่างเหมาะสม
  • แนวทางการรักษามะเร็งจะปรับเปลี่ยนไปตามระยะและชนิดของมะเร็งที่พบ
  • การตรวจสุขภาพเป็นประจำเพื่อวินิจฉัยโรคมะเร็งตั้งแต่เนิ่น ๆ คือกุญแจสำคัญของการดูแลป้องกันและรักษาโรคมะเร็งอย่างมีประสิทธิภาพ

 


 

สารบัญบทความ
 

 


 

โรคมะเร็ง คืออะไร

 

โรคมะเร็ง (Cancer) คือภาวะที่เซลล์ในร่างกายเกิดการเปลี่ยนแปลงผิดปกติและแบ่งตัวควบคุมไม่ได้ จนกลายเป็นก้อนเนื้อที่เรียกว่า Malignancy หรือเนื้องอกร้าย ซึ่งแตกต่างจากเนื้องอกธรรมดาตรงที่เซลล์มะเร็งสามารถลุกลามเข้าเนื้อเยื่อข้างเคียง และแพร่กระจายผ่านระบบเลือดหรือน้ำเหลืองไปยังอวัยวะอื่นได้ ในทางการแพทย์ ซึ่งโรคมะเร็งเกิดจากการกลายพันธุ์ของสารพันธุกรรมภายในเซลล์ที่สะสมมาจากหลายปัจจัยร่วมกัน ทั้งพันธุกรรม สิ่งแวดล้อม และพฤติกรรมการใช้ชีวิต 
 

  • หากสนใจข้อมูลการตรวจคัดกรองและดูแลรักษาโดยทีมแพทย์เฉพาะทางที่โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีราชา สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์มะเร็งชลบุรี 

 


 

โรคมะเร็งมีกี่ระยะ

 

อาการโรคมะเร็ง

 

โรคมะเร็งออกเป็น 5 ระยะ โดยพิจารณาจากขนาดของก้อนเนื้อ การลุกลามเข้าเนื้อเยื่อข้างเคียง และการแพร่กระจาย หรือ Metastasis ไปยังอวัยวะอื่น การแบ่งระยะนี้ใช้เป็นแนวทางสำคัญในการวางแผนรักษาสำหรับมะเร็งแทบทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นมะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ หรือแม้แต่คำถามที่พบบ่อยอย่างมะเร็งปอดมีกี่ระยะ? ก็ใช้หลักการแบ่งระยะใกล้เคียงกัน
 

โรคมะเร็งระยะที่ 0

 

ระยะที่ 0 หรือ Carcinoma in situ (CIS) เป็นระยะเริ่มต้นที่เซลล์ผิดปกติยังอยู่เฉพาะจุดกำเนิด ยังไม่ลุกลามเข้าเนื้อเยื่อข้างเคียง ระยะนี้มักตรวจพบจากการคัดกรองสุขภาพประจำปีมากกว่าการสังเกตอาการของโรคมะเร็ง เนื่องจากผู้ป่วยส่วนใหญ่ยังไม่แสดงอาการใด ๆ ให้เห็นชัดเจน การตรวจพบตั้งแต่ระยะนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญในการวางแผนดูแลรักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ
 

โรคมะเร็งระยะที่ 1 (มะเร็งระยะแรก)

 

มะเร็งระยะแรก คือระยะที่ก้อนเนื้อมีขนาดเล็กและยังจำกัดอยู่ในอวัยวะต้นกำเนิด ยังไม่ลุกลามไปยังต่อมน้ำเหลืองหรืออวัยวะอื่น อาการของโรคมะเร็งในระยะนี้มักไม่ชัดเจน ผู้ป่วยบางรายอาจคลำพบก้อนเนื้อผิดปกติ หรือมีความเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยของร่างกายที่ไม่ควรมองข้าม การตรวจพบตั้งแต่ระยะแรกช่วยให้แนวทางรักษามีตัวเลือกที่หลากหลายมากขึ้น
 

โรคมะเร็งระยะที่ 2 (มะเร็งทุติยภูมิ)

 

ระยะที่ 2 ก้อนเนื้อมีขนาดใหญ่ขึ้นและอาจเริ่มลุกลามเข้าสู่เนื้อเยื่อข้างเคียงหรือต่อมน้ำเหลืองใกล้จุดกำเนิดบ้างเล็กน้อย อาการของมะเร็งระยะนี้อาจเริ่มสังเกตได้ชัดขึ้น เช่น ก้อนเนื้อโตขึ้น น้ำหนักลดผิดปกติ หรือรู้สึกเหนื่อยง่ายกว่าปกติ ผู้ป่วยระยะนี้ยังมีโอกาสเข้ารับการรักษาแบบมุ่งควบคุมโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ
 

โรคมะเร็งระยะที่ 3 (มะเร็งระยะลุกลาม)

 

มะเร็งระยะลุกลาม คือระยะที่เซลล์มะเร็งแพร่กระจายเข้าสู่ต่อมน้ำเหลืองบริเวณใกล้เคียงอย่างชัดเจน หรือลุกลามเข้าเนื้อเยื่อโดยรอบมากขึ้น ซึ่งสัญญาณมะเร็งระยะสุดท้ายยังไม่ปรากฏในระยะนี้ แต่ร่างกายอาจแสดงอาการเริ่มต้นที่ชัดเจนกว่าเดิม เช่น เจ็บปวดบริเวณก้อนเนื้อ หรือมีเลือดออกผิดปกติตามอวัยวะที่เกิดโรค แพทย์มักพิจารณาแนวทางรักษาที่ผสมผสานหลายวิธีร่วมกันในระยะนี้
 

โรคมะเร็งระยะที่ 4 (มะเร็งระยะสุดท้าย)

 

มะเร็งระยะที่ 4 เซลล์มะเร็งแพร่กระจาย หรือเกิด Malignant Neoplasm ไปยังอวัยวะที่อยู่ไกลจากจุดกำเนิด เช่น ตับ ปอด หรือกระดูก ระยะเวลาที่ผู้ป่วยแต่ละรายจะดำเนินชีวิตต่อไปได้นั้นแตกต่างกันไปตามชนิดของมะเร็ง สุขภาพโดยรวม และการตอบสนองต่อการรักษา โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะเป็นผู้ประเมินและวางแผนดูแลที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละรายเป็นสำคัญ

 


 

แนวทางการวินิจฉัยโรคมะเร็ง 

 

การวินิจฉัยโรคมะเร็งเริ่มต้นจากการซักประวัติและตรวจร่างกายเบื้องต้น ก่อนพิจารณาการตรวจเพิ่มเติมตามความเหมาะสม ได้แก่
 

  • การตรวจเลือดเพื่อหาสารบ่งชี้มะเร็ง (Tumor Marker)
  • การตรวจภาพถ่ายทางรังสี เช่น เอกซเรย์ อัลตราซาวด์ หรือ CT Scan
  • การตรวจชิ้นเนื้อ (Biopsy) เพื่อยืนยันชนิดของเซลล์มะเร็ง
  • การตรวจ MRI ในกรณีที่ต้องการภาพละเอียดของอวัยวะเฉพาะจุด
     

แพทย์จะนำผลตรวจทั้งหมดมาประเมินร่วมกันเพื่อระบุระยะของโรคมะเร็งอย่างแม่นยำ ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญในการวางแผนรักษาต่อไป

 


 

แนวทางการรักษาโรคมะเร็งแต่ละระยะ

 

โรคมะเร็ง อาการ

 

แนวทางการรักษาโรคมะเร็งจะปรับเปลี่ยนไปตามระยะและชนิดของมะเร็งที่พบ โดยแพทย์จะพิจารณาจากปัจจัยหลายด้านร่วมกัน ดังนี้
 

โรคมะเร็งระยะที่ 1 (มะเร็งระยะแรก)

 

ระยะแรกมักรักษาด้วยการผ่าตัดนำก้อนเนื้อออกเป็นหลัก เนื่องจากเซลล์มะเร็งยังจำกัดอยู่ในบริเวณเดียว บางกรณีแพทย์อาจพิจารณาการฉายรังสีร่วมด้วยเพื่อลดโอกาสกลับเป็นซ้ำ
 

โรคมะเร็งระยะที่ 2 (มะเร็งทุติยภูมิ)

 

ระยะนี้อาจต้องใช้การผ่าตัดร่วมกับเคมีบำบัดหรือรังสีรักษา เพื่อควบคุมเซลล์มะเร็งที่เริ่มลุกลามเข้าเนื้อเยื่อข้างเคียง
 

โรคมะเร็งระยะที่ 3 (มะเร็งระยะลุกลาม)

 

มะเร็งระยะลุกลามมักมีการกระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองมากขึ้น ในผู้ป่วยบางรายที่ยังผ่าตัดได้ แพทย์จะพิจารณาผ่าตัดเป็นแนวทางหลักก่อน จากนั้นอาจให้การรักษาเสริมด้วยเคมีบำบัด รังสีรักษา ยาต้านฮอร์โมน หรือยามุ่งเป้า เพื่อลดโอกาสกลับเป็นซ้ำของโรค 
 

ส่วนผู้ป่วยที่ไม่สามารถผ่าตัดได้ในทันที หรือคาดว่าผลการผ่าตัดอาจไม่ดีเท่าที่ควร แพทย์อาจให้เคมีบำบัดก่อนเพื่อลดขนาดก้อนเนื้อให้เล็กลง ก่อนพิจารณาผ่าตัดในลำดับถัดไป
 

โรคมะเร็งระยะที่ 4 (มะเร็งระยะสุดท้าย)

 

ระยะนี้เซลล์มะเร็งแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่น เช่น ปอด ตับ กระดูก หรือสมอง แนวทางการรักษาหลักในระยะแพร่กระจายคือเคมีบำบัด หรือการทำคีโม (Chemotherapy) ซึ่งออกฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง โดยมะเร็งบางชนิดตอบสนองต่อการรักษาด้วยเคมีบำบัดได้ดี 
 

นอกจากนี้ แพทย์อาจพิจารณาการรักษาร่วมอื่น ๆ ตามชนิดของโรค เช่น ยาต้านฮอร์โมน ยามุ่งเป้า (Targeted Therapy) หรือภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy) เพื่อควบคุมโรคและดูแลคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยให้ดีที่สุด

 


 

โรคมะเร็ง รักษาให้หายได้จริงไหม

 

คำตอบขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งระยะของโรคที่ตรวจพบ ชนิดของเซลล์มะเร็ง สุขภาพโดยรวมของผู้ป่วย และการตอบสนองต่อการรักษา โดยทั่วไปหากตรวจพบตั้งแต่ระยะแรกและเข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่อง โอกาสในการควบคุมโรคให้สงบและกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติก็มีมากขึ้น
 

ในทางกลับกัน หากตรวจพบในระยะลุกลามหรือระยะแพร่กระจาย แนวทางรักษาจะเน้นควบคุมโรคและดูแลคุณภาพชีวิตเป็นสำคัญ ดังนั้นการตรวจสุขภาพและคัดกรองมะเร็งเป็นประจำจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม

 


 

รู้ว่ามะเร็งมีกี่ระยะ ปรึกษาแพทย์เฉพาะทาง พร้อมทางเลือกการดูแลรักษาจากสมิติเวช ศรีราชา

 

สรุปแล้วมะเร็งมีกี่ระยะ? คำตอบคือ 5 ระยะหลัก ตั้งแต่ระยะ 0 ถึงระยะที่ 4 โดยแต่ละระยะมีแนวทางดูแลที่แตกต่างกัน ที่ศูนย์มะเร็ง โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีราชา พร้อมให้บริการตรวจคัดกรองและวินิจฉัยโรคมะเร็งด้วยทีมแพทย์เฉพาะทางและเครื่องมือที่ได้มาตรฐาน เน้นการดูแลเชิงป้องกันควบคู่กับการติดตามสุขภาพระยะยาว เพื่อให้ทุกคนดูแลตัวเองและคนที่รักได้อย่างมั่นใจ
 

 


 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับระยะของโรคมะเร็ง (FAQs)

 

มะเร็งระยะ 3 มีโอกาสรอดไหม?

 

ขึ้นอยู่กับชนิดของมะเร็ง อวัยวะที่เกิดโรค และการตอบสนองต่อการรักษาของผู้ป่วยแต่ละราย แพทย์จะประเมินเป็นรายบุคคล
 

มะเร็งระยะสุดท้าย อยู่ได้นานแค่ไหน?

 

ระยะเวลาแตกต่างกันในผู้ป่วยแต่ละราย ขึ้นอยู่กับชนิดมะเร็ง สุขภาพโดยรวม และการดูแลรักษาที่ได้รับอย่างต่อเนื่อง
 

วิธีเช็คว่าตัวเองเป็นมะเร็งไหม ทำได้อย่างไร?

 

แนะนำเข้ารับการตรวจคัดกรองสุขภาพประจำปี ร่วมกับตรวจเลือดและตรวจภาพถ่ายทางรังสีตามคำแนะนำของแพทย์

 


 

ข้อมูลอ้างอิง
 

05 ตุลาคม 2569

แพ็คเกจที่เกี่ยวข้อง

ดูทั้งหมด

ข้อมูลสุขภาพ

ดูทั้งหมด