ติดต่อสอบถาม 038-320-300

กลืนบอลลูนกับผ่าตัดกระเพาะ ต่างกันอย่างไร เลือกวิธีไหนดี ?


Key Takeaways
การลดน้ำหนักด้วยวิธีการทางการแพทย์ อย่างการกลืนบอลลูนหรือการผ่าตัดกระเพาะอาหาร มีหลักการทำงานที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง โดยการใส่บอลลูนจะเป็นการลดพื้นที่ในกระเพาะอาหารชั่วคราวเพื่อช่วยปรับนิสัยการกิน ส่วนการผ่าตัดจะเป็นการปรับโครงสร้างทางเดินอาหารถาวรเพื่อผลลัพธ์ในระยะยาวและช่วยดูแลโรคประจำตัวบางชนิด ทั้งนี้ การเลือกวิธีที่เหมาะสมควรพิจารณาจากค่าดัชนีมวลกาย (BMI) และสภาวะสุขภาพร่วมกับคำแนะนำจากแพทย์ เพื่อให้คุณลดน้ำหนักได้อย่างยั่งยืนและดีต่อสุขภาพ

Table of Content

โรคอ้วน นอกจากจะส่งผลต่อรูปลักษณ์ภายนอกแล้ว ยังเป็นปัญหาสุขภาพเรื้อรังที่ส่งผลกระทบต่อระบบต่าง ๆ ในร่างกาย จนอาจนำไปสู่โรคแทรกซ้อนรุนแรง เช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน หรือภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ

ในกรณีที่คุณพยายามควบคุมอาหารและออกกำลังกายแล้ว แต่ยังไม่เพียงพอที่จะช่วยให้น้ำหนักตัวกลับมาอยู่ในเกณฑ์ปกติ การรักษาทางการแพทย์อย่าง "การกลืนบอลลูน" และ "การผ่าตัดกระเพาะ" จึงกลายเป็นทางเลือกที่ได้รับความสนใจอย่างมาก อย่างไรก็ตาม ทั้งสองวิธีนี้มีข้อดี ข้อจำกัด และกระบวนการที่แตกต่างกัน ซึ่งเราได้สรุปข้อมูลสำคัญมาให้ศึกษากันในบทความนี้

การใส่บอลลูนในกระเพาะอาหาร (Intragastric Balloon) คืออะไร ?

การใส่บอลลูน หรือที่รู้จักกันในรูปแบบการกลืนบอลลูนลดน้ำหนัก คือการนำวัสดุที่ทำจากซิลิโคนทางการแพทย์เข้าไปภายในกระเพาะอาหาร เพื่อทำหน้าที่แทนที่ว่าง ส่งผลให้ผู้เข้ารับบริการรู้สึกอิ่มเร็วขึ้นและรับประทานอาหารได้น้อยลง

วิธีการดำเนินการ

กระบวนการนี้คือการกลืนแคปซูลที่มีบอลลูนอยู่ภายใน เมื่อลงไปถึงตำแหน่งที่เหมาะสมในกระเพาะอาหาร แพทย์จะเติมน้ำหรืออากาศเข้าไปเพื่อให้บอลลูนพองตัว กระบวนการนี้ใช้เวลาไม่นาน ไม่ต้องผ่าตัด และไม่ต้องวางยาสลบในบางกรณี

เหมาะสำหรับใคร ?

เหมาะสำหรับผู้ที่มีดัชนีมวลกาย (BMI) อยู่ในเกณฑ์น้ำหนักเกิน แต่ยังไม่ถึงขั้นอ้วนระดับรุนแรง หรือผู้ที่ต้องการตัวช่วยปรับเปลี่ยนนิสัยการกินในช่วงเวลาสั้น ๆ (ประมาณ 6-12 เดือน) ก่อนจะนำบอลลูนออก

การผ่าตัดกระเพาะอาหารเพื่อลดน้ำหนัก (Bariatric Surgery) คืออะไร ?

การผ่าตัดกระเพาะอาหาร เป็นแนวทางการรักษาภาวะน้ำหนักตัวเกินระดับรุนแรง โดยศัลยแพทย์จะปรับโครงสร้างระบบทางเดินอาหาร เพื่อจำกัดปริมาณการรับประทานอาหารอย่างถาวร

วิธีการดำเนินการ

แพทย์จะใช้วิธีการผ่าตัดผ่านกล้องเพื่อลดขนาดกระเพาะอาหารให้เล็กลง ซึ่งมีหลายรูปแบบ เช่น การตัดกระเพาะแบบแนวตั้ง (Sleeve Gastrectomy) หรือการผ่าตัดทำทางเดินอาหารใหม่ (Gastric Bypass) วิธีการเหล่านี้ไม่เพียงแต่ทำให้กระเพาะเล็กลง แต่ในบางกรณีอาจช่วยลดการดูดซึมสารอาหารและปรับสมดุลฮอร์โมนความหิวในร่างกายอีกด้วย

เหมาะสำหรับใคร ?

เหมาะสำหรับผู้ที่เป็นโรคอ้วนระดับรุนแรง มีค่า BMI สูง หรือมีโรคแทรกซ้อน เช่น เบาหวาน หรือความดันโลหิตสูง ซึ่งต้องการการรักษาที่ครอบคลุมถึงระบบเมตาบอลิซึมในร่างกาย

ตารางเปรียบเทียบ กลืนบอลลูน VS ผ่าตัดกระเพาะ

หัวข้อเปรียบเทียบ การกลืนบอลลูน การผ่าตัดกระเพาะอาหาร
ระยะเวลาของเครื่องมือ ชั่วคราว (ต้องนำออกตามกำหนด) ถาวร (มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างร่างกาย)
วิธีการรักษา กลืนแคปซูลหรือใช้กล้องส่องทางเดินอาหาร การผ่าตัดผ่านกล้อง
ระยะเวลาการพักฟื้น พักฟื้นสั้นประมาณ 1-2 วัน พักฟื้นประมาณ 3-7 วัน (ขึ้นอยู่กับร่างกาย)
ผลลัพธ์การลดน้ำหนัก ลดได้ประมาณ 10-15% ของน้ำหนักตัว ลดได้ประมาณ 25-35% ของน้ำหนักตัว
ผลข้างเคียง/ความเสี่ยง อาจมีอาการระคายเคืองกระเพาะอาหารในช่วงแรก ความเสี่ยงตามมาตรฐานการผ่าตัดและการดมยา

กลืนบอลลูน VS ผ่าตัดกระเพาะ เลือกวิธีไหนดี ? ปัจจัยที่ต้องพิจารณา

การเลือกวิธีลดน้ำหนักที่เหมาะสมไม่ได้ขึ้นอยู่กับความต้องการเพียงอย่างเดียว แต่ต้องดูความพร้อมของร่างกายร่วมกับคำแนะนำจากแพทย์ โดยมีปัจจัยสำคัญที่ต้องนำมาพิจารณาดังนี้

ค่าดัชนีมวลกาย (BMI)

ระดับความอ้วน เป็นตัวบ่งชี้แรกที่สำคัญ หากค่า BMI ยังไม่สูงมากและคุณต้องการตัวช่วยในการเริ่มต้นฝึกวินัยการกิน การใส่บอลลูนถือเป็นทางเลือกที่สะดวกและคล่องตัว แต่หากน้ำหนักตัวเกินเกณฑ์ไปมากจนเริ่มส่งผลเสียต่อสุขภาพอย่างรุนแรง การผ่าตัดมักเป็นวิธีที่ให้ผลลัพธ์ยั่งยืนกว่า

โรคประจำตัว

สภาวะร่างกายของแต่ละคนไม่เหมือนกัน แพทย์ด้านต่อมไร้ท่อและระบบเผาผลาญจะช่วยประเมินว่าโรคประจำตัวที่คุณเป็นอยู่ เช่น เบาหวานหรือไขมันในเลือดสูง เหมาะกับการรักษาแบบไหน เพราะบางวิธีมีส่วนช่วยให้การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดทำได้ดีขึ้นเป็นพิเศษ

ความพร้อมในการพักฟื้น

ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตและหน้าที่การงานมีผลต่อการเลือกวิธีรักษา หากคุณมีเวลาจำกัดและไม่สามารถลาพักฟื้นได้หลายวัน การกลืนบอลลูนอาจตอบโจทย์มากกว่า เพราะใช้เวลาพักฟื้นสั้นและกลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้เร็ว

วินัยในการคุมอาหาร

ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าทั้งสองวิธีไม่ใช่ทางลัดที่ทำให้ผอมได้โดยไม่ต้องพยายาม แต่เป็น "เครื่องมือ" ที่ช่วยให้เราอิ่มเร็วขึ้นและหิวน้อยลงเท่านั้น การทำงานร่วมกับนักโภชนาการเพื่อปรับนิสัยการกินอย่างจริงจัง จึงเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้คุณมีสุขภาพดีในระยะยาวไม่ว่าจะเลือกวิธีใดก็ตาม
หญิงสาวน้ำหนักลดลง หลังเข้าโปรแกรมใส่บอลลูนกระเพาะ ควบคู่การออกกำลังกายและรับประทานอาหารที่มีประโยชน์

เริ่มต้นลดน้ำหนักด้วยแนวทางที่เหมาะกับร่างกาย ที่โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีราชา

หากคุณยังไม่แน่ใจว่า การกลืนบอลลูน กับผ่าตัดกระเพาะอาหาร แนวทางใดเหมาะสมกับสภาพร่างกายของคุณที่สุด การปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินสุขภาพอย่างละเอียดถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ ศูนย์ลดน้ำหนัก New You โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีราชา พร้อมช่วยออกแบบแนวทางที่สอดคล้องกับร่างกายและเป้าหมายของคุณ โดยการทำงานร่วมกันของแพทย์จากหลายสาขา ได้แก่

  • แพทย์ด้านเวชศาสตร์ชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพ
  • อายุรแพทย์โรคต่อมไร้ท่อและทางเดินอาหาร
  • ศัลยแพทย์ส่องกล้องและผ่าตัดโรคอ้วน

เรายินดีดูแลคุณตั้งแต่การปรับพฤติกรรม การใช้ยาควบคุมน้ำหนัก การผ่าตัดส่องกล้องกระเพาะ ไปจนถึงบริการใส่บอลลูนในกระเพาะอาหาร พร้อมติดตามผลอย่างใกล้ชิดด้วยเครื่องวิเคราะห์องค์ประกอบร่างกาย (BIA) เพื่อให้คุณก้าวสู่การเปลี่ยนแปลงสุขภาพอย่างเป็นระบบและเหมาะสมกับตัวคุณ

โทรศัพท์: 038-320300 ต่อ 4101, 4102
อีเมล: [email protected]
สถานที่: ศูนย์ลดน้ำหนัก New You โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีราชา อาคาร C ชั้น 1 (เปิดให้บริการ 08.00-16.00 น.)

ข้อมูลอ้างอิง

  1. Intragastric Balloon. สืบค้นเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2569. จาก https://www.ncbi.nlm.nih.gov/books/NBK578184/
  2. Why Bariatric Surgery Is Life-Changing: What the Research Shows. สืบค้นเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2569. จาก https://www.brownhealth.org/be-well/why-bariatric-surgery-life-changing-what-research-shows

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการกลืนบอลลูนและการผ่าตัดกระเพาะ (FAQs)

Q: หลังนำบอลลูนออกแล้ว น้ำหนักจะกลับมาเพิ่มขึ้นอีกหรือไม่ ?

A: มีโอกาสเพิ่มขึ้นได้หากไม่ปรับนิสัยการกิน บอลลูนเป็นเพียงตัวช่วยฝึกวินัยชั่วคราว การรักษาผลลัพธ์ในระยะยาวจึงขึ้นอยู่กับการควบคุมอาหารและออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง

Q: การผ่าตัดกระเพาะอาหารส่งผลต่อการดูดซึมวิตามินในระยะยาวอย่างไร ?

A: ขนาดกระเพาะที่เล็กลงอาจทำให้ร่างกายรับสารอาหารบางชนิดได้น้อยลง ผู้ที่เข้ารับการผ่าตัดจึงจำเป็นต้องรับประทานวิตามินเสริมตามคำแนะนำของแพทย์เพื่อรักษาสมดุลของร่างกาย

Q: หากเคยใส่บอลลูนมาก่อน สามารถเปลี่ยนมาใช้วิธีผ่าตัดกระเพาะอาหารได้หรือไม่ ?

A: ทำได้ โดยแพทย์จะประเมินสภาพเนื้อเยื่อกระเพาะอาหารและสุขภาพโดยรวมอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อกำหนดช่วงเวลาที่เหมาะสมก่อนเริ่มผ่าตัด

Q: หลังรับบริการลดน้ำหนักทางการแพทย์ จะสามารถกลับไปออกกำลังกายได้เมื่อไร ?

A: สำหรับการใส่บอลลูนมักเริ่มออกกำลังกายเบา ๆ ได้หลังผ่านไป 1-2 สัปดาห์ ส่วนการผ่าตัดกระเพาะควรเว้นระยะประมาณ 4-6 สัปดาห์ เพื่อให้แผลภายในหายดีและร่างกายปรับตัวได้ก่อน

16 มิถุนายน 2569

แพ็คเกจที่เกี่ยวข้อง

ดูทั้งหมด

ข้อมูลสุขภาพ

ดูทั้งหมด

นวัตกรรมการตรวจและการรักษา ไขมันคั่งสะสมในตับ

“ไขมันคั่งสะสมในตับ” เป็นสาเหตุโรคตับที่พบได้บ่อยในปัจจุบัน และสามารถมีการดำเนินโรคไปเป็นตับแข็งและมะเร็งตับได้ รวมทั้งเพิ่มความเสี่ยงในการชี้วัดจากโรคหัวใจขาดเลือดและโรคตับ ในฉบับนี้จะขอกล่าวถึงวิธีการวินิจฉัยโรคและการรักษา การวินิจฉัยโรคไขมันคั่งสะสมในตับ ทางคลินิกมักจะอาศัยดูลักษณะกลุ่มโรค Metabolic syndrome คือ อ้วน, เบาหวาน, ไขมันในเลือดสูง มีค่า HDL ต่ำ และความดันโลหิตสูง ร่วมกับดูว่าไม่มีสาเหตุอื่นที่ทำให้เกิดไขมันคั่งสะสมในตับ

ผู้เขียน: พญ.หนึ่งฤทัย ภิรมย์,นพ.จิตต์พัฒน์ ถนอมธีระนันท์,นพ.นนทพรรธน์  กันตถาวร,พญ.ปัทมา เกียรติภาพันธ์